กลาโหมโชว์ต้นแบบเครื่องอ่านสมาร์ทการ์ดในไทยแลนด์ซอฟต์แวร์แฟร์

ขอบคุณข้อมูลข่าวจาก http://www.manager.co.th/Cyberbiz/ViewNews.aspx?NewsID=9520000020033
วันพุธที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2552 เมื่อเวลา 00:56.51 นาฬิกา

สำนักวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกลาโหม กระทรวงกลาโหม ได้ฤกษ์นำต้นแบบเครื่องอ่านข้อมูลสมาร์ทการ์ดมาแสดงในงานไทยแลนด์ซอฟต์แว ร์แฟร์ 2009 เตรียมหาผู้ผลิตมาดำเนินการจริงจังเพื่อนำไปใช้ในโรงพยาบาล ธนาคาร ธุรกิจการเช่า ฯลฯ โดยที่หน่วยงานจะไม่ต้องวุ่นวายกับการถ่ายเอกสารบัตรและคีย์ข้อมูลบัตรด้วย มืออีกต่อไป
       
       "มันไม่มีเหตุผลเลยที่เรายังซีร็อกซ์บัตรสมาร์ทการ์ดกันอยู่" พ.อ.สิทธิโชค มุกเตียร์ นักวิชาการพิเศษ สำนักวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกลาโหมกล่าวขณะให้ข้อมูลการทำงานของต้นแบบ เครื่องอ่านสมาร์ทการ์ดฝีมือการพัฒนาของกระทรวงกลาโหม "ถ้ามีเครื่องอ่านสมาร์ทการ์ด เชื่อว่าธุรกิจที่ต้องเกี่ยวข้องกับการใช้บัตรประชาชนเป็นหลักฐาน เช่นบริษัทประกัน ธนาคาร โรงพยาบาล สาธารณสุข และอื่นๆจะได้ประโยชน์ ไม่ต้องซีร็อกซ์ และไม่ต้องมานั่งพิมพ์ด้วยมือ"
       
       ชิปสีทองที่ฝังอยู่ในบัตรประชาชนสมาร์ทการ์ดรุ่นใหม่นั้นมีหน้าที่ หลักคือการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลไว้ภายใน พ.อ.สิทธิโชคให้ข้อมูลว่าชิปจะถูกแบ่งพื้นที่ให้แต่ละกระทรวงหรือหน่วยงาน รัฐสามารถเก็บข้อมูลลงในชิป เช่น ข้อมูลประกันสังคม หรือข้อมูลหมายศาล เป็นต้น ทุกวันนี้พื้นที่ดังกล่าวยังว่างอยู่ และข้อมูลในชิปยังไม่ถูกนำไปใช้อย่างจริงจังและแพร่หลาย ส่วนหนึ่งเป็นเพราะข้อจำกัดเรื่องการรองรับระบบของเครื่องอ่านที่มีอยู่ใน ท้องตลาดปัจจุบัน
       
       สำหรับ ต้นแบบเครื่องอ่านสมาร์ทการ์ดของกลาโหม เมื่อเสียบบัตรเข้าเครื่องอ่าน ข้อมูลเลขประจำตัวประชาชน ชื่อ วันเกิด ที่อยู่ วันที่ออกบัตร และวันหมดอายุ จะปรากฏบนหน้าจอคอมพิวเตอร์โดยอัตโนมัติ จากการสาธิตพบว่า ข้อความสามารถปรากฏบนโปรแกรม Notepad ของไมโครซอฟท์ จุดนี้พ.อ.สิทธิโชคระบุว่าสามารถรองรับได้ทุกระบบปฏิบัติการ รวมถึง DOS เนื่องจากใช้หลักการทำงานเหมือนคีย์บอร์ดทั่วไป ที่จะสามารถป้อนข้อมูลตัวอักษร (String) ขึ้นสู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ และหากใช้ร่วมกับโปรแกรมพิเศษ ก็สามารถดึงภาพถ่ายและข้อมูลแต่ละชนิดในบัตรเข้าสู่แบบฟอร์มได้ด้วย
       
       "เราไม่ได้ใช้ซอฟต์แวร์ แต่เอา String โยนเข้าไป จริงๆเครื่องอ่านแบบนี้ก็มีในปัจจุบัน แต่มักจะเป็นโปรแกรมที่รองรับวินโดวส์ ธนาคารไม่สามารถนำไปใช้ได้เพราะระบบธนาคารมักไม่ใช่วินโดวส์ ผลก็คือเครื่องอ่านแบบนี้ไม่ได้ถูกนำไปใช้งานมากเท่าที่ควร"
       
       พ.อ.สิทธิโชคระบุว่าต้นแบบเครื่องอ่านข้อมูลสมาร์ทการ์ดนี้ถูกพัฒนา มานานกว่า 2 ปีแล้วบนงบประมาณแผ่นดินมูลค่าหลักล้านบาท ต้นทุนการพัฒนาคือ 1,800 บาทคาดว่าจะลดลงเหลือ 1,500 บาทหากผลิตเป็นจำนวนมาก ขณะนี้โครงการกำลังมุ่งหวังให้มีบริษัทเอกชนเสนอตัวเป็นผู้ผลิตเพื่อทำการ ตลาดเครื่องอ่านนี้ในเชิงพาณิชย์ ผู้สนใจสามารถติดต่อที่สำนักวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกลาโหมได้โดยตรง
       
       " ผมเสียดาย สมาร์ทการ์ดกว่าจะมาถึงวันนี้เราผ่านมาเยอะมาก เราต้องร่างทีโออาร์ เข้าค.ร.ม. ต้องทำอะไรตั้งหลายอย่างกว่าจะได้มา เหมือนเราซื้อรถแพงๆแต่เราใช้งานไม่คุ้ม ผมยกตัวอย่างในโรงพยาบาล-สาธารณสุข ถ้าใช้เครื่องนี้ เราจะสามารถเรคคอร์ดได้หมด ใครมาใช้บริการบ้าง ใครใช้บริการอะไรมาก สามารถนำข้อมูลที่ได้ไปวิเคราะห์ต่อยอดได้อีก"
       
       ใครที่เคยสงสัยว่าชิปอิเล็กทรอนิกส์ในบัตรประชาชนสมาร์ทการ์ดนั้นมี ไว้ใช้งานอะไร สามารถหาคำตอบได้ที่งานไทยแลนด์ซอฟต์แวร์แฟร์ 2009 กำหนดจัดงานถึงวันที่ 22 กุมภาพันธ์นี้ ที่พารากอนฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน

ขับเคลื่อนโดย un-no Engine 2.2.0 © ลิขสิทธ์โดย บริษัท อันโน คอร์ปอเรชั่น จำกัด [ แผนที่เว็บไซต์ ]

แก้ไขล่าสุด: 2011-10-12 01:58:28, หมายเลขเซสชั่น: httuij4356hjsgm0n503keksb1, ใช้เวลาสร้าง: 0.017574072 วินาที (force)